-ไทย -TH การตั้งค่า

การตั้งค่า

Please select your country!

{{group.Text}}

{{"ifind_go-back" | translate}}

{{group.Text}}

ก้าวสู่ยุคใหม่ของตัวจับยึดเครื่องมือ

เทคโนโลยี 2019-06-27 Alexander Farnsworth อเล็กซานเดอร์ ฟานส์เวิร์ธ

ข้อดีของระบบเชื่อมต่อข้อมูลในตัวและประสิทธิภาพการผลิตที่เพิ่มสูงขึ้นของตัวจับยึดเครื่องมือแบบหมุนรุ่นใหม่จาก Sandvik Coromant ถือเป็นอีกก้าวหนึ่งของการเดินหน้าเข้าสู่ยุคแห่งการตัดเฉือนแบบดิจิตอลและอุตสาหกรรม 4.0

​หนึ่งในปัญหาใหญ่ที่สุดของการบริหารจัดการโรงงานตัดเฉือนโลหะที่มีเครื่องกลึงแบบเครื่องมือหมุนก็คือ การทราบข้อมูลว่า เมื่อไรจึงจะถึงเวลาสำหรับการบำรุงรักษาตัวจับยึดเครื่องมือแบบหมุน

"ก่อนหน้านี้ การตัดสินใจในเรื่องสำคัญแบบนี้ ต้องพึ่งพาสัญชาตญาณของผู้ควบคุมเครื่องหรือผู้จัดการฝ่ายผลิตเพียงอย่างเดียว ซึ่งคนเหล่านี้จะเป็นผู้ทำหน้าที่ประเมินชิ้นส่วนเคลื่อนที่ต่างๆ และตัดสินใจว่า เมื่อไรที่ต้องหยุดการผลิตเพื่อทำการซ่อมบำรุง" โบ ฮัมมาร์เบิร์ก ผู้จัดการผลิตภัณฑ์ส่วนกลาง ฝ่ายการรวมระบบเครื่องจักร เครื่องกลึง/เครื่องกลึงกัดหลายแกนจากสำนักงานใหญ่ของ Sandvik Coromant ในเมืองแซนด์วิคเคน ประเทศสวีเดน กล่าว

"แต่ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่มักจะเกิดขึ้นก็คือ เครื่องกลึงสักเครื่องหนึ่งถูกใช้งานหนักเกินไปโดยไม่มีการวางแผนหยุดการผลิตเพื่อซ่อมบำรุง จนกระทั่งเกิดปัญหาร้ายแรงขึ้น เช่น การต้องหยุดการผลิตเป็นเวลานาน" เขาอธิบายต่อ "ถึงแม้ว่าที่จริงทุกคนจะรู้ดีอยู่แล้ว แต่ก็ยังคงเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับว่า การหยุดการผลิตโดยไม่คาดคิดและความเสียหายที่เกิดขึ้นนั้น คือหายนะต่อผลกำไรของบริษัท และทำให้ต้องเสียเวลาหยุดการผลิตนานนับสัปดาห์ เพื่อแก้ปัญหาที่สามารถป้องกันได้ตั้งแต่แรก"

​อย่างไรก็ตาม Sandvik Coromant มีคำตอบสำหรับปัญหานี้ และยังเป็นคำตอบที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าส่วนใหญ่ ซึ่งต้องการระบบเปลี่ยนเครื่องมือที่รวดเร็วยิ่งขึ้น เพื่อให้สามารถผลิตได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และได้รับผลตอบแทนการลงทุนอย่างคุ้มค่าที่สุด 

หลังจากการพัฒนาและศึกษาความต้องการของลูกค้าทั่วโลกอย่างละเอียดมาเป็นเวลาสองปี วันนี้ ผลิตภัณฑ์ตัวจับยึดเครื่องมือแบบหมุน (DTH) รุ่นใหม่จาก Sandvik Coromant กำลังเข้าสู่สายการผลิตอย่างเป็นทางการ โดยจะมีการเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานแสดงสินค้า EMO Hannover 2019 ในเดือนกันยายนที่จะถึงนี้ ตัวจับยึด DTH รุ่นใหม่นี้คือคำตอบที่จะช่วยแก้ปัญหาประสิทธิภาพการทำงานและปัญหาด้านการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์ที่เกี่ยวข้องกับเครื่องกลึง  

DTH ที่นำมาติดตั้งกับระบบจับยึดอเนกประสงค์ Coromant Capto ของเครื่องกลึงจะทำหน้าที่เป็นชุดเกียร์เครื่องมือตัดน้ำหนัก 15 กิโลกรัมที่มีการเชื่อมต่อข้อมูลผ่านทางระบบ Bluetooth โดยทำหน้าที่ตรวจสอบค่าต่างๆ ในการเจาะและการกัด เช่น ความเร็วรอบ การหมุน อุณหภูมิ การสั่นสะท้าน และอายุการใช้งานที่เหลืออยู่ (จำนวนชั่วโมงใช้งานที่เหลืออยู่ก่อนที่จะต้องนำเข้ารับการซ่อมบำรุง) และส่งค่าเหล่านี้ไปยังแท็บเล็ตตามเวลาจริง เพื่อทำการตรวจสอบและบันทึกไว้บนเซิร์ฟเวอร์

​ตัวจับยึดเครื่องมือรุ่นเก่าจะไม่มีฟังก์ชั่นนี้ และผู้ควบคุมเครื่องจะต้องทำการวิเคราะห์ค่าต่างๆ เอง ซึ่งเป็นงานที่ต้องใช้ประสบการณ์สูง โดยผู้ควบคุมจะต้องหยุดหรือลดความเร็วของเครื่องจักร เพื่อประเมินลักษณะของผิวงาน ตรวจจับความรู้สึกจากการสั่นสะท้าน และทำการตรวจวัดอุณหภูมิที่ชิ้นงานด้วยตนเอง แต่ในปัจจุบัน เซ็นเซอร์ขนาดจิ๋วพร้อมระบบ Bluetooth ที่ฝังมาในตัวจับยึดเครื่องมือจะคอยทำหน้าที่นี้แทน

"ข้อดีสำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ ฝ่ายบริหารของโรงงานขนาดใหญ่สามารถที่จะตรวจสอบและติดตามประสิทธิภาพของเครื่องจักรทุกเครื่องได้อย่างสะดวก ซึ่งจะช่วยให้ทำการผลิตได้โดยไม่ต้องใช้คนควบคุมและไม่เกิดข้อผิดพลาด" โบกล่าว "ข้อมูลทั้งหมดที่ได้จากเซ็นเซอร์จะช่วยให้สามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องว่าจะวางแผนหยุดการผลิตเมื่อใด"

ตัวจับยึดเครื่องมือรุ่นใหม่นี้สามารถติดตั้งได้อย่างพอดีในป้อมมีดของเครื่องกลึง โดยจะมีการผลิตขึ้นในประเทศเยอรมนี ตัวจับยึดรุ่นใหม่จะได้รับการรับรองมาตรฐาน CE, FCC และการรับรองมาตรฐานของญี่ปุ่นในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งมีรุ่นต่างๆ ให้เลือกสำหรับเครื่องจักรยี่ห้อต่างๆ ในขนาด Coromant Capto C3 ถึง C6 รวมทั้งยังมีรุ่นเสริมสำหรับงานที่ต้องการความเร็วสูงและแรงบิดสูงด้วยเช่นกัน

"เราเห็นได้อย่างชัดเจนว่า ตลาดต้องการสิ่งนี้" โบกล่าวต่อ "สิ่งใหม่ที่เพิ่มเข้ามาก็คือ ระบบสื่อสารข้อมูลผ่าน Bluetooth ระหว่างฮาร์ดแวร์ ตัวจับยึด DTH และซอฟต์แวร์ เพื่อรับส่งข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับสถานะของเครื่องจักร"

​โบอธิบายเพิ่มว่า ลูกค้าที่สนใจในผลิตภัณฑ์นี้น่าจะอยู่ในกลุ่มบริษัทรับจ้างผลิตในอุตสาหกรรมยานยนต์ เช่น บริษัทที่ต้องเปลี่ยนเครื่องมือและล็อตการผลิตของเครื่องกลึงบ่อยๆ และต้องการความมั่นใจอย่างเต็มที่จากระบบการบำรุงรักษาเชิงพยากรณ์

โบกล่าวอีกว่า ที่จริงแล้ว DTH นั้นก็ไม่ได้ต่างไปจากเซ็นเซอร์ในรถยนต์ที่ใช้ตรวจสอบความดันลมยางและแรงดันน้ำมัน หรือความเร็วรอบและอุณหภูมิเครื่องยนต์

"ลูกค้าของเราตื่นเต้นมากกับระบบใหม่นี้ เพราะสามารถที่จะช่วยให้ทราบล่วงหน้าได้ว่าถึงเวลาสำหรับการบำรุงรักษาแล้ว ดังนั้น จึงช่วยป้องกันปัญหาเวลาสูญเปล่าที่ทำให้สูญเสียรายได้เป็นอย่างมาก" โบกล่าว "ความเสียหายจนต้องหยุดการผลิตเป็นปัญหาราคาแพงสำหรับทุกฝ่าย เนื่องจากส่งผลให้ชิ้นงานเสียหายด้วยเช่นกัน DTH จะช่วยรับประกันได้ว่า ปัญหาเวลาสูญเปล่าจะน้อยลงและประสิทธิภาพการผลิตเพิ่มขึ้น รวมทั้งยังช่วยให้ทำการผลิตได้นานขึ้นโดยไม่ต้องใช้คนควบคุมและไม่เกิดข้อผิดพลาด"

ที่จริงแล้ว ข้อดีต่างๆ เหล่านี้คือหัวใจหลักของสิ่งที่เราเรียกกันว่า อุตสาหกรรม 4.0 ซึ่งความสามารถในการเข้าถึงข้อมูลและเครื่องมือวิเคราะห์ต่างๆ กำลังก่อให้เกิดโอกาสใหม่ๆ ในทางธุรกิจที่จะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต และปรับปรุงประสิทธิภาพการบริหารความผันผวนของความต้องการได้  
 

 

 

We use cookies to enhance the experience on our website. More about cookies.